คนไทยส่วนใหญ่มีความจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการเดินทางในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุผลที่ว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีราคาถูก มีความคล่องตัว สะดวกรวดเร็ว ประหยัด โดยเฉพาะคนในต่างจังหวัดที่ห่างไกล ระบบการขนส่งสาธารณะยังขยายตัวไปไม่ถึง ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า รถจักรยานยนต์จึงจัดได้ว่าเป็นยานพาหนะที่เป็นที่นิยมของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขายหมวกนิรภัย
จากการศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลจำนวนประชากรและจำนวนบ้านเรือน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และข้อมูลจำนวนรถจดทะเบียน กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนประชากรทั้งสิ้นเท่ากับ 63,525,062 คน (ผู้หญิง 32,231,966 คน ผู้ชาย 31,293,096 คน) มีจำนวนบ้านเรือนรวมทั้งสิ้น 21,143,975 หลัง ส่วนจำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 27,184,577 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ 16,706,451 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 16,549,307 คัน รถจักรยานยนต์สาธารณะ 157,144 คัน) คิดเป็นร้อยละ 61.45 ของจำนวนรถทั้งหมด เฉลี่ยแล้วสัดส่วนการใช้รถจักรยานยนต์ของคนไทย 4 คนต่อรถจักรยานยนต์ 1 คัน หรือเกือบทุกหลังคาเรือนมีรถจักรยานยนต์ใช้ 1 คัน
เมื่อความนิยมในการใช้รถจักรยานยนต์มีเป็นจำนวนมาก และกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย ผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้นตามมาอย่างเห็นได้ชัดเจน คือ ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งข้อมูลจากหลายแหล่งยืนยันตรงกันว่า “รถจักรยานยนต์” เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด ถึงแม้จะแสดงจำนวนที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของการเก็บข้อมูลก็ตาม ข้อมูลจากโรงพยาบาลเครือข่ายเฝ้าระวังการบาดเจ็บระดับชาติ 28 แห่ง ซึ่งเป็นข้อมูลผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุทางถนน พบว่า ยานพาหนะของผู้บาดเจ็บ เป็นรถจักรยานยนต์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 83.20 รองลงมา คือ รถกระบะหรือรถตู้ ร้อยละ 7.03 และรถจักรยานและสามล้อ ร้อยละ 4.20 ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด หมวกนิรภัย คือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 41.69 รองลงมาคือ รถยนต์ส่วนบุคคล ร้อยละ 24.89 และรถปิกอัพ ร้อยละ 17.63 และข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน รายงานอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ พบว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ร้อยละ 85 – 87 และลักษณะการบาดเจ็บของผู้ที่ใช้รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ พบว่า แขนขาเป็นอวัยวะที่มีการบาดเจ็บมากที่สุด รองลงไปคือ ศีรษะและคอ แต่สำหรับในรายที่พิการและเสียชีวิต พบว่า มีการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะและคอมากที่สุด นอกจากนี้พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญของผู้บาดเจ็บจากการใช้รถจักรยานยนต์ ยังพบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ขับขี่ร้อยละ 89 มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึงร้อยละ 43.99 และไม่ได้สวมขายหมวกนิรภัย มากถึงร้อยละ 86.21 (ผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัยร้อยละ 84.30 ผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัยร้อยละ 93.87) 3 ในประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาหมวกนิรภัยทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 แต่ในสภาพความเป็นจริงพบว่า ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ยังมีการสวมหมวกนิรภัยอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างต่ำมาก จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงโรคไม่ติดต่อและการบาดเจ็บของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2550 พบว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มีการสวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 54.0 ส่วนผู้โดยสารมีการสวมหมวกกันน๊อคเพียงร้อยละ 30.9 เท่านั้น
ถึงแม้ปัจจุบันรัฐบาลจะให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน โดยมีการประกาศนโยบายและกำหนดมาตรการต่างๆ หลายมาตรการ หรือแม้กระทั่งจะมีการประกาศขององค์การสหประชาชาติให้ปี ค.ศ. 2011 – 2020 เป็นปีทศวรรษแห่งความปลอดภัยบนท้องถนน โดยตั้งเป้าหมายในการลดอัตราการตายจากอุบัติเหตุทางถนนให้ลดลงร้อยละ 50 โดยขอความร่วมมือจากประเทศสมาชิกทุกประเทศ ซึ่งหนึ่งในมาตรการหรือแนวทางหลักในการดำเนินงาน คือ การใช้หมวกนิรภัยกับรถจักรยานยนต์ก็ตาม ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้มีกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยบ้างเป็นบางช่วง บางสถานการณ์หรือลงลึกในบางพื้นที่ แต่ยังไม่มีการพบว่า เกิดเป็นกระแสสังคมไทยที่กว้างขวางและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม จำหน่ายอุปกรณ์ หมวกนิรภัย หมวกเซฟตี้ ราคาถูกคุณภาพดี มีหลายสี และมาตรฐาน รองรับ มอก. ทั้งปรับเลื่อนและปรับหมุ่น และอุปกรณ์เซฟตี้ทุกชนิด
นิรภัยปรับหมุน
ครม.เห็นชอบมติที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ที่เสนอประกาศให้ปี 2554 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกหมวกกันน๊อค 100 เปอร์เซ็นต์
นางปรัธยาน์ภรณ์ สงค์รอด ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเผยว่า คณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามมติที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม อุปกรณ์เซฟตี้ 2553 ที่เสนอประกาศให้ปี 2554 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้หน่วยงานภาคราชการ องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีมาตรการเพื่อรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย ดังนี้
1. ให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งกำหนดให้บริเวณสถานที่ราชการเป็นพื้นที่สวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ในการขับขี่รถจักรยานยนต์
2. ให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรมหาชน รัฐวิสาหกิจ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ถือปฏิบัติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2546 ซึ่งกำหนดมาตรการปฏิบัติตามกฏหมาย นโยบายความปลอดภัยทางถนนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้แล้ว โดยให้แจ้งกำชับให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัดปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฏหมาย นโยบายความปลอดภัยทางถนน เรื่องการขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมขายหมวกนิรภัยทุกครั้ง หากไม่ปฏิบัติตามถือว่าฝ่าฝืนกฏหมายและให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการลงโทษทางวินัยต่อไป
3. เพื่อเป็นการลดความสูญเสียในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ ได้แก่ กลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้
3.1 ให้กระทรวงแรงงานขอความร่วมมือสถานประกอบการในการส่งเสริมให้พนักงานสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งในการขับขี่รถจักรยานยนต์
3.2 ให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้สถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนจัดให้มีมาตรการในการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยของบุคลากรในสังกัด นักเรียน และนักศึกษา
3.3 ให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความร่วมมือในการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4. ให้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทบทวนมาตรฐานหมวกนิรภัยให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย
5. ให้กระทรวงสาธารณสุข จัดเก็บข้อมูลสถิติการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับการไม่สวมหมวกนิรภัย
6. ให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนจัดให้มีกิจกรรมสนับสนุนโครงการปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์
ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนและเป็นการสนับสนุนแนวทางการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ “ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2554 – 2563” ทั้งนี้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2553 เห็นชอบให้มีการเปิดตัวโครงการปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงวันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ตามมติสมัชชาสหประชาชาติ และมติคณะรัฐมนตรี (29 มิถุนายน 2553) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญในการสวมหมวกนิรภัย เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีการนำเสนอแผนงาน/โครงการสนับสนุนส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย และเพื่อกำหนดกลไกกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยในทุกระดับ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน๊อคกครั้ง โดยกำหนดกิจกรรมหลัก 5 กิจกรรม คือ การผลักดันให้รัฐบาลประกาศให้ปี 2554 เป็นปีแห่งการรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100 เปอร์เซ็นต์ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์และการให้ความรู้ด้านการสวมหมวกนิรภัย การบังคับใช้กฏหมาย การผลิตหมวกนิรภัยและการออกแบบหมวกนิรภัย และการติดตาม/ประเมินผลขายหมวกนิรภัย
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอในการปฏิบัติงานในโรงงานคือความปลอดภัย โดยเฉพาะการผลิตในภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีความ เสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตรายในการทำงาน หากการป้องกันไม่รัดกุมเพียงพอก็จะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งผู้ปฏิบัติงาน วัตถุดิบ
และเครื่องจักรในการผลิต อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากเครื่องจักรโดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความประมาทของผู้ปฏิบัติงานเองนอกจากนี้แล้วสภาพแวดล้อมในการทำงานก็ก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น การวางผังโรงงาน อากาศ แสงสว่าง เสียง สิ่งเหล่านี้หากมีความบกพร่องและผิดมาตรฐานที่กำหนดไว้ ดังนั้นความปลอดภัยในการทำงานจึงเป็นความพอใจอย่างหนึ่ง
ที่ทุกฝ่ายควรมีแก่กัน ซึ่งนับว่าเป็นหัวใจของการทำงาน เราควรฝึกเสียตั้งแต่เริ่มแรก เมื่อมีความรู้และความเข้าใจแล้วนั่น หมายความว่าตลอดชีวิตของการทำงานจะไม่ประสบอันตราย ความปลอดภัยในการทำงาน คือ สภาพที่ปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดแก่ร่างกาย ชีวิต หรือทรัพย์สินในขณะที่ ปฏิบัติงาน ซึ่งก็คือสภาพการทำงานให้ถูกต้องโดยปราศจาก “อุบัติเหตุ” ในการทำงาน อุบัติเหตุ คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดหมายและเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการทำงาน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย หรือบุคคลได้รับบาดเจ็บ อุปกรณ์ Lockout
รองเท้านิรภัยจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาชีวอนามัยและความปลอดภัย โดยผู้มีความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างแท้จริง คัดสรร สินค้าที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานรับรอง เพื่อสนองตอบทุกความต้องการด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า. ความรู้เรื่องความปลอดภัย อัพเดทข่าวสารด้านเซตตี้ ความรู้ทั่วไป กฏหมาย พรบ.ต่างๆ และข่าวคราวเกี่ยวกับวงการเซฟตี้ สิ่งที่เซฟตี้ควรรู้ แบบฟอร์มติดต่อราชการ แบบฟอร์มเซฟตี้ พร้อมกรณีศึกษาด้านความปลอดภัย ความรู้เรื่องการใช้งานอุปกรณ์เซฟตี้ และการปฎิบัติงานในตำแหน่งงานเซฟตี้มืออาชีพ ถ่ายทอดจากประสบการณ์เซฟตี้มืออาชีพโดยตรง.